5 พฤติกรรมที่เสี่ยงทำให้หน้าเป็นฝ้าหากไม่ระวัง เรื่องเล็กน้อยที่คุณมองข้าม

เชื่อหรือไม่? พฤติกรรมทำหน้าเป็นฝ้าอาจเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยที่คุณคาดไม่ถึง

หน้าเป็นฝ้ามีสาเหตุการเกิดจากเม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกติทำให้ผิวในบริเวณนั้นมีสีเข้ม เกิดเป็นจุดด่างดำบนใบหน้า มีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันออกไป หากมีแรงกระตุ้นจากภายนอกเข้ามากระทบมากขึ้น ก็จะยิ่งพาให้ลุกลามไปทั่วทั้งใบหน้าและอาจทำให้การรักษาเพื่อลดฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้าเป็นไปได้ยากกว่าเดิมอีกด้วย แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฝ้าที่จะทำให้เราได้รู้ทัน! และวิธีรักษาฝ้าที่ได้ผลดี! พร้อมทั้ง 5 พฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้หน้าเป็นฝ้าที่คุณควรรู้มาฝากให้ระวังกันค่ะ 

1.ลุยทุกสถานการณ์
สำหรับสาวขาลุยมักจะชอบออกไปเผชิญแสงแดดแบบไม่ค่อยกังวล ไม่กลัวความร้อน เวลาออกแดดจึงมักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันแสงแดดติดตัวไปด้วย เมื่อผิวต้องโดนแดดแรงๆ แบบนี้โดยไม่ได้ป้องกันนานวันเข้า รับรองว่าปัญหาหน้าเป็นฝ้าต้องมาเยือนแน่นอน พร้อมด้วยจุดด่างดำบนใบหน้าและปัญหาผิวอีกสารพัด ส่วนคนที่เป็นฝ้าอยู่แล้วก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงทำให้ฝ้าลุกลามได้มากยิ่งขึ้น

2.ไม่ชอบทาครีมกันแดดซ้ำระหว่างวัน
ทาครีมกันแดดครั้งเดียวก่อนออกจากบ้านก็พอแล้ว!! ทาบ่อยๆ ก็น่าเบื่อ แต่ในความเป็นจริงแล้วควรพกพาครีมกันแดดไปทาระหว่างวันเพิ่มด้วย อย่างน้อยประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน (ขึ้นอยู่กับการออกแดด) เมื่อต้องออกไปเจอแสงแดดแรงช่วงกลางวัน ควรทาครีมกันแดดซ้ำบริเวณที่เป็นฝ้าก่อนออกแดดประมาณ 20-30 นาที เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดฝ้าบนผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

3.ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาฝ้าที่ไม่เหมาะสม
วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้า ควรพิจารณาถึงเรื่องคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้ละเอียดถี่ถ้วน โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลในเรื่องลดฝ้า กระ โดยเฉพาะ เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และมีส่วนผสมสำคัญคือ สารไวท์เทนนิ่งที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการควบคุมเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติ เช่น อาร์บูติน ที่ได้รับการรับรองและมีการวิจัยชัดเจนว่าปลอดภัยต่อผิวหน้า อาจเลือกเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางเพื่อเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัย และเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิว

4.ล้างผิวหน้าไม่สะอาดมากพอ
เมื่อรู้ว่าตัวเองหน้าเป็นฝ้าก็ควรใส่ใจและดูแลผิวมากกว่าเดิม โดยเฉพาะขั้นตอนการล้างหน้าที่สำคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะกลับดึก ปาร์ตี้หนัก หรืออ่านหนังสือจนเผลอหลับไป ก็ไม่ควรข้ามขั้นตอนการล้างหน้าเด็ดขาด! เพราะถ้าความสกปรกมาเยือนก็อาจจะได้ทั้งฝ้า สิว จุดด่างดำ และรูขุมขนกว้างขึ้นตามมาแบบติดๆ เลยทีเดียว

5.ใช้สครับและมาส์กหน้ามากเกินไป
บางคนคิดว่าการผลัดเซลล์ผิวสำคัญมาก จึงมีการสครับและมาส์กหน้าด้วยกรดผลไม้เป็นประจำ บางคนก็ทำถี่มากเพราะคิดว่าทำแล้วดี ฝ้าจะได้ลอกออกไปจนหมด และทำให้ผิวใสขึ้น แต่สำหรับคนที่หน้าเป็นฝ้าถือว่าเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก เพราะนอกจากจะไม่ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างบนใบหน้าแล้ว ยังไปกระตุ้นให้เกิดฝ้าเพิ่มขึ้น เพราะการสครับและมาส์กหน้าด้วยกรดผลไม้บ่อยครั้งจะทำให้ผิวบางลงเรื่อยๆ ผิวจึงไม่สมดุล เมื่อเจอกับแสงแดดเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้ฝ้ากลับมาและเพิ่มปริมาณมากขึ้นอีกด้วย

นอกจากทั้ง 5 พฤติกรรมเสี่ยงทำหน้าเป็นฝ้าเหล่านี้แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปัญหาหน้าเป็นฝ้าขึ้นได้ เช่น ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ หรืออายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป ก็มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดฝ้า กระ ขึ้นได้ เนื่องจากฮอร์โมนภายในร่างกายที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงผลข้างเคียงจากการรักษาทางการแพทย์ ยาบางประเภทหรือเคมีบำบัด อาจส่งผลให้เกิดปัญหาฝ้า กระขึ้นได้เช่นกัน

ดังนั้น จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษาฝ้าที่มีส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่งที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่ดี เช่น Smooth E White Babyface Serum ที่มีส่วนผสมของ Alpha arbutin และ Licorice สารสำคัญที่ช่วยในการฟื้นบำรุงผิวหน้าจากปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำได้ถึงชั้นเซลล์ผิว โดยมีนวัตกรรม MES&ISR ที่ช่วยให้เนื้อครีมสามารถซึมลงไปได้ลึกกว่า เพื่อจัดการลดฝ้า กระได้ถึงต้นตอของปัญหา และยังได้รับการรับรองความปลอดภัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย บอบบาง และให้ผลลัพธ์ที่ผู้ใช้งานจริงพึงพอใจ 

ถ้าต้องการให้ผิวหน้าไร้ฝ้าและกลับมามีผิวขาวกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น ควรหลีกเลี่ยงทั้ง 5 พฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นตัวกระตุ้นให้หน้าเป็นฝ้า แล้วใช้ผลิตภัณฑ์รักษาฝ้าที่มีคุณภาพดี ปลอดภัย และเหมาะสมกับสภาพผิว หมั่นทาเพื่อบำรุงอย่างสม่ำเสมอ และไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ ควรพกไอเท็มช่วยป้องกันแสงแดดไปด้วย เช่น หมวก แว่นกันแดด และเสื้อคลุม เป็นต้น เพียงเท่านี้ปัญหาฝ้าก็จะไม่สามารถทำร้ายผิวของคุณได้อีกต่อไป