4 วิธีกู้ผิวไหม้แดดหลังวันสงกรานต์ พร้อมวิธีปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างถูกวิธี

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบนี้หลายคนอาจจะสนุกที่ได้ออกไปเล่นสาดน้ำคลายร้อน หรืออาศัยช่วงวันหยุดยาวนี้ออกไปท่องโลกกว้างเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ และของฝากที่มักทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้ดูต่างหน้าคือปัญหาผิวไหม้แดด ที่แม้ว่าคุณจะปกป้องผิวดีแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ เราได้รวบรวม 4 เคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยกู้ผิวหน้าหมองคล้ำ ไหม้แดด ให้กลับมาแข็งแรงใสปิ๊งดังเดิม พร้อมแนวทางการดูแลปกป้องผิวหน้าจากแสงแดดอย่างถูกวิธีจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังมาแนะนำกัน

การที่ผิวต้องเผชิญกับแสงแดดจัดๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง อาจทำให้เกิดปัญหาผิวไหม้แดดตามมาได้ โดยอาการ ผิวไหม้แดด (Sunburn) เกิดจากการที่ผิวหนังชั้นนอกถูกแสงแดดทำร้าย เนื่องจากผิวหนังเผชิญกับแสงแดดจัดเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที โดยสามารถสังเกตได้ว่าผิวหนังจะมีอาการแสบร้อน เป็นรอยแดง หรือรุนแรงในระดับที่มีตุ่มพองเกิดขึ้นได้ หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้ผิวแห้งและลอกออกมาเป็นขุย ส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวลอก แสบผิว ผิวคล้ำเสียและแห้งกร้านอย่างเห็นได้ชัดตามมา

โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังได้ให้ข้อแนะนำเบื้องต้นในการฟื้นบำรุงผิวจากอาการผิวไหม้แดด ด้วยการทาครีมมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาผิวแห้งลอก และปลอบประโลมผิวจากอาการแสบร้อนระคายเคืองได้ นอกจากนี้ยังมี 4 เคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการผิวไหม้แดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

1. ทาครีมบำรุงผิว : มอยเจอร์ไรเซอร์หรือครีมบำรุงผิวที่ใช้ควรมีส่วนผสมของ ‘ว่านหางจระเข้’ เพราะในว่านหางจระเข้มีทั้งแร่ธาตุและวิตามิน ช่วยปรับสภาพผิวบริเวณที่ถูกแดดไหม้ได้ ด้วยประสิทธิภาพในการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว รวมถึงเนื้อสัมผัสที่ให้ความรู้สึกเย็น ลดอาการแสบร้อนที่ผิวหนังเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี 

2. การประคบเย็น : เพราะผิวสูญเสียน้ำอย่างมาก การคืนความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยการประคบเย็น เป็นวิธีหนึ่งในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่นอกจากช่วยปรับอุณหภูมิผิวหลังโดนแดดให้ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติแล้ว ยังช่วยลดอาการแสบร้อนที่ผิวหนังได้รวดเร็วและได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ต้องประคบด้วยความระมัดระวัง หาผ้าขนหนูมาห่อที่ถุงเย็นก่อนจะประคบ ไม่ควรประคบทิ้งไว้นานเกินไปเพราะอาจเป็นอันตรายต่อผิวได้ โดยควรพักทุกๆ 15 นาที และไม่ควรประคบถี่จนเกินไป นอกจากนี้ควรทำควบคู่กับการทาครีมบำรุงและดื่มน้ำบ่อยๆ จะช่วยได้ดียิ่งขึ้น

ผิวไหม้แดด_ครีมกันแดด


3. ทาครีมกันแดดเป็นประจำ : การทาครีมกันแดดเป็นอีกหนึ่งหนทางในการช่วยปกป้องและฟื้นฟูผิวจากแสงแดด ครีมกันแดดจึงเป็นหนึ่งในสกินแคร์ประจำวันที่ควรทาทุกวันแม้ไม่ได้ออกจากบ้าน ในผู้ที่ต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานาน ครีมกันแดดที่ใช้นอกจากมีประสิทธิภาพในการปกป้องสูงแล้วยังต้องช่วยฟื้นบำรุงผิวภายหลังเผชิญแสงแดดได้ด้วย 

Smooth E Physical White Babyface SPF 50+ PA+++ UV Expert ครีมกันแดดที่มีสาร Bisabolol หรือสารสกัดจากคาโมมายล์เป็นส่วนประกอบ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดอาการแพ้ ระคายเคืองและยับยั้งการหลั่งสาร Prostaglandin บรรเทาอาการอักเสบของผิว ช่วยปลอบประโลมผิวหลังเผชิญแสงแดดได้ดี ทำงานร่วมกันกับส่วนผสมอื่นๆ เช่น วิตามินอี มีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่มาพร้อมรังสียูวีในแสงแดด ช่วยซ่อมแซมผิวส่วนที่ถูกทำร้ายให้ดีขึ้นพร้อมฟื้นฟูผิวในระยะยาว

นอกจากนี้แล้วกันแดดของสมูทอียังเป็นกันแดดประเภท Physical Sunscreen มีความสามารถในการสะท้อนรังสี UVA และ UVB ที่เป็นสาเหตุการเกิดผิวไหม้ หรือปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงได้รับการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังว่าเหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายหรือไวต่อการระคายเคืองอีกด้วย 

4. ดูแลผิวและปกป้องผิวหลังการฟื้นฟู : การฟื้นฟูผิวไหม้แดดให้กลับมาปกตินั้นอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะตามธรรมชาติ ในระหว่างนี้ควรหมั่นบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ ควรเลี่ยงการเผชิญแดดจัดสักระยะ หากเลี่ยงไม่ได้ควรทาครีมกันแดด ใส่เสื้อผ้ามิดชิด หรือมีอุปกรณ์ในการช่วยปกป้องแสงแดดด้วย 

ปัญหาผิวไหม้แดดอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูและบำรุงให้ผิวหน้าหมองคล้ำกลับมาสุขภาพดีดังเดิม ในระยะเวลาฟื้นบำรุงนั้นควรเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดจัด หมั่นทาครีมบำรุงและต้องไม่ลืมทาครีมกันแดดทุกครั้ง รวมถึงปกป้องผิวด้วยการสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด สวมหมวกและแว่นกันแดดเพื่อช่วยในการปกป้องผิวหน้าและผิวกายจากแสงแดดไม่ให้เกิดปัญหาผิวซ้ำซ้อน เพียงแค่นี้ผิวหน้าของคุณก็จะปลอดภัย ไม่ว่าจะกี่เทศกาลก็สนุกได้แบบเอาอยู่